10 ต.ค. 69 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมสาริกา ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครนายก (หลังใหม่)
นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมด้วยนายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว และร้อยตำรวจตรีสัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครนายก เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อรายงานสถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรคในพื้นที่
เร่งระบายน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
จังหวัดนครนายกเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องสูบน้ำบริเวณหมู่บ้านสวนแสนสุข ประตูระบายน้ำคลอง 1 และประตูระบายน้ำปากคลองบางนางเล็ก เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมจัดส่งถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม สุขากระดาษ และยารักษาโรค ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ประสานหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่องครักษ์
กรณีปัญหาน้ำเสียจากน้ำท่วมขัง รวมถึงข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาน้ำเสียซึ่งอาจเกิดจากโรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงนั้น ที่ประชุมมอบหมายให้
- สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครนายก และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 จังหวัดสระบุรี
- สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก ประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรม
เพื่อนำรถโมบายยูนิตลงพื้นที่อำเภอองครักษ์ ตรวจวัดคุณภาพน้ำโดยด่วน
ในเบื้องต้น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก รายงานว่า โรงงานในรัศมี 5 กิโลเมตรจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และมีระบบบำบัดน้ำเสียแบบปิด อย่างไรก็ตามจะเร่งประสานรถโมบายยูนิตเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่เพิ่มเติมโดยเร็ว
ติดตามกรณีแจ้งพบจระเข้ในพื้นที่ตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์
จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการพบเห็นจระเข้ในพื้นที่ตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดนครนายกและทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งนี้หากพบเห็นจระเข้ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในทันที โทร. 037-311-024
และไม่ควรเข้าใกล้หรือพยายามจับด้วยตนเอง
เร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนในพื้นที่
ที่ประชุมกำชับทุกอำเภอเร่งประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังได้กำชับเขื่อนขุนด่านปราการชลติดตามปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าโดยเร็ว หากมีความจำเป็นต้องระบายน้ำ เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น